ลูกอมสมุนไพร

“แบรนด์” ที่ห่วงใย “ผู้บริโภค” #ตลาดลูกอม

ลูกอมสมุนไพร
ลูกอมสมุนไพร

“แบรนด์” ที่ห่วงใย “ผู้บริโภค”
.
แบรนด์แนวนี้ จะเลือกผลิตสินค้าที่ให้ประโยชน์สูงสุดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แม้ว่าจะมีส่วนต่าง Margin กลับมาไม่มาก แต่มุ่งเน้นการซื้อซ้ำ การบอกต่อ
.
มีสองสิ่งที่ผมมองเห็นในตลาด “ลูกอม” ของประเทศไทย คือ กลุ่มลูกอมที่ใช้ส่วนผสมของสมุนไพร (จริงๆ สกัดมาใช้) ยังมีน้อยมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นเพียง กลิ่น …และใช้น้ำตาลเยอะ!! คุณแม่ๆ จึงบอกลูกๆว่าอย่าอมเยอะ เด่วอ้วน!!
.
ตลาดลูกอมที่มีการแข่งขันสูงๆ ต้นทุนจึงเป็นเรื่องสำคัญมากๆ ยิ่งถ้ากระจายผ่าน Hyper Super Market และ Major Super Market แล้ว ราคาต้นทุนยิ่งต้องต่ำ ผลิตจำนวนเยอะๆ เน้นตลาด Mass แม้ Margin กำไรต่อเม็ดจะน้อยนิดก็ตาม
.
ตลาดลูกอมและหมากฝรั่ขบเคี้ยวในไทย มีมูลประมาณ 7,500 ล้านบ้าน เติบโต 7-8% ทุกๆปี แต่…จะมีแต่ผู้เล่นรายใหญ่ๆเท่านั้นรวมทั้งแบรนด์อินเตอร์ที่นำเข้ามาจำหน่ายด้วย
.
แล้วรายย่อยจะสามารถทรอดแทรกได้ไหม?? นี่เป็นคำถามที่ดีมากๆ ถ้ารายย่อยจะมาเป็นผู้เล่นหน้าใหม่ สิ่งที่ผมมองภาพชัดๆ สามารถสู้ได้และเติบโตได้ด้วยจุดเด่นอื่น!!
.
1.Different ความแตกต่างที่ชัดเจน
-วัตถุดิบที่เอามาใช้เป็นตัวชูโรง -สมุนไพร สกัด บ่ม, ไม่ใช่สมุนไพสกัดต้ม ไม่ใช้กลิ่น!!
.
-ใช้น้ำตาล 10% ที่ดหลือเป็น หญ้าหวาน หรือจะเป็น No Sugar หรือ low Sugar
-ลูกอมสมุนไพรของเรา เป็นตำรับที่ตกทอดกันมา ใช้วิธีบ่มแบบไวน์ สกัดออกมาเป็นหัวเชื้อสมุนไพรแท้ๆ
.
2.Paint Point สนองตลาดไม่ใช่สนองตัวเอง!!
-แก้ปัญหา บรรเทาปัญหา ป้องกันปัญหา!!
.
3.Touch Point ย้ำความแตกต่างสร้างจุดขายจุดสัมผัสทให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้
-เราแค่ผ่าน Official Channels ของเราเอง Website , FB , Line Shop
-ตัวแทนจำหน่ายของเราสามารถแนะนำเรื่องราวสมุนไพรได้ดี ในราคาที่เท่ากัน
-ราคาลูกอมสมุนไพรแท้อาจไม่ต่ำเท่าลูกอมทั่วไปแต่มีคุณค่าให้กับร่างกายสูงสุด
.
การจะมีแบรนด์สินค้าเป็นของตัวเองไม่ใช่เรื่องที่ยาก และก็ไม่ง่าย แบรนด์จะรอดหรือร่วงไม่ได้อยู่ที่เงินลงทุนอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “คุณภาพ”
.
ต๊ะ ทรงชัย
.
#เปิดกระโลกสร้างเงินล้านออนไลน์

Leave a Reply