ถ้าเปรียบเว็บไซต์เป็น “หน้าร้าน” เนื้อหา (Content) ก็คือ “สินค้า” ที่วางอยู่บนชั้นครับ ในยุค AI นี้ ถ้าสินค้าคุณเหมือนกับร้านข้างๆ (หรือเหมือนกับสิ่งที่ AI ผลิตเองได้) ลูกค้าก็ไม่มีเหตุผลต้องเข้าร้านคุณ
นี่คือ “Checklist 5 ข้อ กฎเหล็กเจ้าของเว็บ” ที่ผมกลั่นกรองมาให้แล้ว ท่านสามารถพิมพ์หน้านี้ส่งต่อให้ทีม Marketing หรือ Agency ที่ดูแลเว็บดูได้เลยครับ ก่อนจะกด Publish บทความไหน ให้ถามคำถาม 5 ข้อนี้ก่อนเสมอ
Checklist 5 ข้อ กฎเหล็กเจ้าของเว็บไซต์
1. กฎ “AI เขียนแทนได้ไหม?” (The Uniqueness Test)
นี่คือข้อที่สำคัญที่สุดครับ ลองอ่านบทความนั้นดู แล้วถามตัวเองตรงๆ
ระวัง ถ้าอ่านแล้วรู้สึกว่า “ไปถาม ChatGPT ก็ได้คำตอบแบบนี้เป๊ะๆ” (เนื้อหาทั่วไป, ทฤษฎีล้วนๆ)
แบบนี้ถูกหลัก ถ้าเนื้อหานั้นมี “ความคิดเห็นส่วนตัว”, “กรณีศึกษาของลูกค้าจริง”, “ข้อมูลลับเฉพาะของบริษัท” หรือ “อารมณ์ขัน/สำนวน” ที่ AI เลียนแบบไม่ได้
คำสั่งถึงทีมงาน SEO “ใส่ Insight หรือ Story ของร้านเราลงไปเพิ่มหน่อย อย่าเอาแต่ทฤษฎี”
2. กฎ “มีหลักฐานยืนยันความจริงไหม?” (Real Evidence)
AI สร้างรูปปลอมได้ เขียนเรื่องแต่งได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ยังแพ้คือ “หลักฐานหน้างานจริง”
ระวัง อย่าใช้เพียงแต่รูป Stock Photo ฝรั่งจับมือกัน หรือรูปกราฟิกสวยๆ ที่ดูไม่จริง
แบบนี้ถูกหลัก พยายามมีรูปถ่ายสินค้าจริงๆ, รูปบรรยากาศการทำงานจริงๆ, คลิปวิดีโอสั้นๆ สาธิตการใช้งาน, หรือ Screenshot ผลลัพธ์ที่ทำให้ลูกค้าเห็นจริง
คำสั่งถึงทีมงาน “ขอบทความนี้ ขอรูปถ่ายจริงจากหน้างาน ไม่เอารูป Stock จ้า^^”
3. กฎ “ใครเป็นคนพูด?” (Who is the Expert?)
Google และ AI ให้ความสำคัญกับ E-E-A-T (Experience & Expertise) มากๆ คือเขาอยากรู้ว่าคนเขียนรู้จริงไหม
ระวัง อย่าลงบทความลอยๆ ไม่มีชื่อคนเขียน หรือใช้ชื่อ “Admin” เท่านั้น
แบบนี้ถูกหลัก ระบุชื่อผู้เขียนชัดเจน พร้อมตำแหน่งความเชี่ยวชาญ (เช่น: โดย สมชาย, วิศวกรคุมงานก่อสร้างประสบการณ์ 15 ปี) และมีหน้าประวัติผู้เขียนในเว็บ
คำสั่งถึงทีมงาน “ใส่ชื่อคนเขียนและตำแหน่งของผู้เชี่ยวชาญในบริษัทเราลงไปในทุกบทความ” หรือ Reference จากเว็บไซต์ที่อ้างอิงมา
4. กฎ “ตอบคำถามทันทีหรือเปล่า?” (Answer First)
คนยุคนี้ใจร้อน และ AI ก็สปอยล์คนด้วยการตอบทันที!! หุหุ ตอบไวเกิ๊นนนน
ระวัง เกริ่นนำยืดยาว น้ำท่วมทุ่งกว่าจะเข้าประเด็น (เช่น บทความเรื่องราคา แต่ต้องอ่านไป 80% ถึงจะเจอตัวเลขราคา) เพราะไปห่วงเรื่องจำนวนคำในบทความมากเกินไป ^^
แบบนี้ถูกหลัก สรุปคำตอบสำคัญไว้ที่ย่อหน้าแรก หรือมีตารางสรุปให้ดูง่ายๆ แล้วค่อยอธิบายรายละเอียดทีหลัง
คำสั่งถึงทีมงาน “เอาเนื้อๆ มาไว้ข้างบน สรุปให้จบใน 3 บรรทัดแรก” แล้วค่อยแตกขยายแบบละเอียดด้านล่าง
5. กฎ “อ่านผ่านๆ แล้วรู้เรื่องไหม?” (Skimmability)
ทั้งคนและ AI มีพฤติกรรมเหมือนกันคือ “ชอบกวาดสายตา” (Scan) ก่อนอ่านจริง เรียกว่าไวมากๆ
ระวัง เป็นกำแพงตัวหนังสือ (Wall of Text) ยาวเหยียด ไม่มีหัวข้อคั่น คือยัดแต่เนื้อหาเพื่อเพิ่ม Keywords Density อันนี้ระมัดระวังด้วยน๊าสสส
แบบนี้ถูกหลัก กำหนกให้มีหัวข้อใหญ่ หัวข้อย่อย (H2, H3), มี Bullet Points, ตัวหนาในจุดสำคัญ, และมีตารางเปรียบเทียบ แบบชัดๆ
คำสั่งถึงทีมงาน “ซอยย่อยหน้าให้สั้นลง และทำตารางสรุปให้หน่อย”

การทำคอนเทนต์ยุคนี้ เหมือนการทำอาหารครับ วัตถุดิบ (ข้อมูลทั่วไป) ใครๆ ก็หาซื้อได้ แต่ “รสมือ” (ประสบการณ์และความเป็นมนุษย์) คือสิ่งที่ทำให้ลูกค้าติดใจและกลับมาหาเรา
ลองนำ Checklist นี้ไปแปะไว้ในห้องประชุม หรือส่งให้ทีม Content ดูนะครับ ผมรับรองว่าคุณภาพบทความบนเว็บของคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแน่นอน
